<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[วัดสำคัญของจังหวัด]]></title>
<link>https://ptn.onab.go.th/th/content/category/index/id/110</link>
<atom:link href="https://ptn.onab.go.th/th/content/category/index/id/110" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[วัดราษฎร์บูรณะ (วัดช้างให้)]]></title>
<link>https://ptn.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/10817</link>
<guid isPermaLink="false">65b49f440460f6da8eb24da3cef5227a</guid>
<pubDate>Mon, 30 Aug 2021 11:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://ptn.onab.go.th/cms/s42/u78/ธรรมจักร.jpeg" style="width: 77px; height: 77px;" />&nbsp;&nbsp;<img alt="" src="https://ptn.onab.go.th/cms/s42/u78/พศ.jpeg" style="width: 88px; height: 88px;" />&nbsp;&nbsp;<img alt="" src="https://ptn.onab.go.th/cms/s42/u78/ปัตตานี.png" style="width: 77px; height: 76px;" /></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:26px;"><strong>วัดราษฎร์บูรณะ หรือวัดช้างให้</strong></span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp;- ตั้งอยู่หมู่ที่ ๒ ตำบลควนโนรี อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp;- สังกัดคณะสงฆ์ มหานิกาย</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp;- ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๑๒&nbsp;กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๐</span></p>

<div data-oembed-url="https://www.paiduaykan.com/travel/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89">
<div class="iframely-embed">
<div class="iframely-responsive" style="padding-bottom: 66.625%; padding-top: 120px;"><a data-iframely-url="//if-cdn.com/ECKUVXU" href="https://www.paiduaykan.com/travel/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89">https://www.paiduaykan.com/travel/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89</a></div>
</div>
<script async="" charset="utf-8" src="//if-cdn.com/embed.js"></script></div>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://ptn.onab.go.th/th/file/get/file/20210830d41d8cd98f00b204e9800998ecf8427e110823.jpg' type='image/jpg' length='3061717' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดมุจลินทวาปีวิหาร พระอารามหลวง]]></title>
<link>https://ptn.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/10457</link>
<guid isPermaLink="false">a7b3cb94e4265dd9df1440781b624f4e</guid>
<pubDate>Thu, 19 Aug 2021 15:12:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://ptn.onab.go.th/cms/s42/u78/ธรรมจักร.jpeg" style="width: 77px; height: 77px;" />&nbsp;&nbsp;<img alt="" src="https://ptn.onab.go.th/cms/s42/u78/พศ.jpeg" style="width: 88px; height: 88px;" />&nbsp;&nbsp;<img alt="" src="https://ptn.onab.go.th/cms/s42/u78/ปัตตานี.png" style="width: 77px; height: 76px;" /></p>

<p style="text-align: justify;"><strong><span style="font-size:26px;">วัดมุจลินทวาปีวิหาร พระอารามหลวง หรือวัดตุยง</span></strong></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;- วัดมุจลินทวาปีวิหาร หรือ วัดตุยง เป็นวัดเก่าแก่ ตั้งอยู่ที่หมู่ ๑ ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี สร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ. ๒๓๓๘</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">เจ้าพระยาพลเทพฯ แม่ทัพใหญ่ ขอพระบรมราชานุญาตแบ่งเมืองปัตตานีออกเป็น ๗ หัวเมือง คือ เมืองตานี เมืองสาย เมืองยะลา เมืองรามันห์ เมืองยะหริ่ง</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;-&nbsp;พ.ศ. ๒๓๘๘ พระยาวิเชียรภักดีศรีสงคราม ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นเจ้าเมืองหนองจิกและได้อพยพครอบครัวคนไทยมาจำนวนหนึ่ง พร้อมกันนี้ก็ได้นิมนต์พระอาจารย์พรหม ธมฺมธีโร</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของท่านสมัยอยู่ยะหริ่งมาจำพรรษาที่ศาลาพักสงฆ์ท่ายะลอ ภายหลังปรากฏว่าสถานที่ดังกล่าวมีความไม่สะดวกหลายประการ เลยต้องย้ายวัดหาที่สร้างแห่งใหม่</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">พบเนินทรายขาวแห่งหนึ่ง มีต้นชะเมาใหญ่ปกคลุมเงียบสงัด เห็นเสือใหญ่นอนหันหน้าไปทางทิศตะวันออก (ตำนานกล่าวว่า ต่อมาเสือตัวนั้นได้หายไป)</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">ท่านทั้งสองจึงถือเอานิมิตดังกล่าวเลือกเอาสถานที่นี้เป็นที่สร้างวัด ซึ่งเรียกกันว่า &ldquo;วัดตุยง&rdquo; ตามนามของหมู่บ้าน</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;-&nbsp;วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๔๓๓ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสแหลมมลายู เยี่ยมเยียนพสกนิกรเมืองหนองจิก ทรงประทับ ณ วัดตุยง</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">ทรงปฏิสันถารกับพระครูพิบูลย์สมณวัตร (พระอาจารย์นวล เทวธมฺโม) อดีตเจ้าอาวาส และมีพระราชศรัทธา พระราชทานพระราชทรัพย์ ส่วนพระองค์ จำนวน ๘๐ ชั่ง</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">แก่พระยามุจลินทรสราภิธาน นัคโรปการสุนทรกิจ มหิศรราชภักดี (ทัด &nbsp;ณ สงขลา) ผู้ว่าราชการเมืองหนองจิก ดำเนินการสร้างอุโบสถแทนหลังเก่า พร้อมกันนั้นทรงเปลี่ยนนาม &ldquo;วัดตุยง&rdquo; เป็น &quot;วัดมุจลินทวาปีวิหาร&rdquo;</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">และได้พระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์แก่วัดมุจลินทวาปีวิหารด้วย</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">วันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๑๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯ มาเยี่ยมวัดมุจลินทวาปีวิหาร เป็นการส่วนพระองค์</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">พร้อมกันนี้ได้สนทนาธรรมกับพระราชพุทธิรังษี (หลวงพ่อดำ นนฺทิโย) และทรงประทานเภสัชแด่หลวงพ่อดำ เจ้าอาวาสวัดมุจลินทวาปีวิหาร</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;-&nbsp;สิ่งศักดิ์สิทธิ์และศาสนสถานอันเป็นประวัติศาสตร์ของวัด ประกอบด้วย</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">๑. พระพุทธรูปปางมารวิชัย สมัยเชียงแสน (สิงห์หนึ่ง) ขนาดหน้าตักกว้าง ๑ เมตร ๔ นิ้ว</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">๒. พระเจดีย์ใหญ่รูประฆังคว่ำ แบบลังกา</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">๓. ศาลารูปทรงไทย ก่ออิฐถือปูน มีพระนามาภิไธยย่อ จปร. ที่หน้าจั่ว</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">๔. กุฏิเจ้าอาวาส เดิมเป็นกุฏิชั้นเดียว ทรงไทย ทำด้วยไม้เนื้อแข็ง หลังเดียว อายุประมาณ ๑๑๐ ปี</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">๕. มณฑปหรือวิหารยอด สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๗ เป็นศาลาจตุรมุข จำลองมาจากปราสาทพระราชวังบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">๖. ศาลาจตุรมุข เป็นหอพระพุทธอภัยมงคลสามัคคีซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ได้พระราชทานแก่ชาวปัตตานีเพื่อสักการบูชาเป็นที่พึ่งทางใจ</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">๗. หุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อดำ นนฺทิโย ทำด้วยขี้ผึ้ง ขนาดเท่าองค์จริง เป็นองค์แรกและองค์เดียวของภาคใต้ และ ๘.อนุสรณ์เจ้าพ่อเสือ สร้างไว้เพื่อระลึกถึงอดีตตามประวัติศาสตร์ของวัด</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">พระสุทธิสมณวัตร หรือ พระอาจารย์วิชิต ชวนปฺญโญ เจ้าอาวาสวัดตุยง บอกวว่า วัดตุยง นอกจากเป็นศาสนสถานที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานร่วม ๒ ศตวรรษ ทั้งในแง่ศิลปะ และเรื่องราวทางพุทธศาสนาแล้ว ยังเป็นจุดศูนย์กลางการศึกษาของเหล่าผู้ครองตนอยู่ในสมณเพศ มาตั้งแต่ครั้งพระยาวิเชียรภักดีศรีสงครามกับหลวงปู่พรหม ได้ร่วมกันสร้างวัดนี้ขึ้นมา จนกลายเป็นศูนย์รวมจิตใจที่สำคัญแห่งหนึ่งของพุทธบริษัทในภูมิภาคนี้ โดยได้รับคัดเลือกจากกรมการศาสนา กระทรวง &nbsp;ศึกษาธิการให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๐ สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจเข้าไปศึกษาหาความรู้ คือ พิพิธภัณฑ์พระราชพุทธิรังษี ที่สร้างขึ้น เพื่อเทิดเกียรติคุณของหลวงพ่อดำ ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่ประดิษฐานหุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อดำ และเป็นที่เก็บรักษารวบรวมวัตถุโบราณอันล้ำค่าหายาก เพื่ออนุชนได้ศึกษา รู้คุณค่าในวิถีชีวิตของสังคมไทยในอดีต &nbsp;ประกอบด้วยประเภทต่างๆ ดังนี้ พระพุทธรูปปางต่างๆ นาฬิกาสมัยโบราณ เครื่องหีบเก็บสิ่งของโบราณ แร่ธาตุเครื่องประดับทำด้วยเงิน รูปหนังตะลุง วัตถุมงคลเกจิอาจารย์ทุกจังหวัดทั่วประเทศ &nbsp;ฯลฯ</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">ส่วนวัตถุมงคลขอหลวงพ่อดำนั้นเป็นที่นิยมทุกรุ่น ล่าสุดวัดได้จัดสร้างเหรียญ ๒ หน้า หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด และหลวงพ่อดำวาจาสิทธิ์ (วัดตุยง) โดยสำนักกษาปณ์ กรมธนารักษ์ เป็นผู้สร้างเหรียญเพื่อมอบเป็นที่ระลึกสำหรับผู้ร่วมทำบุญ มี ๒ แบบ คือ เหรียญในเสมา กับเหรียญใบจิก และมี ๕ เนื้อ คือ เนื้อทองคำ เนื้อเงิน เนื้อนวะโลหะ เนื้อทองแดง และเนื้อทองแดงรมดำ เพื่อนำปัจจัยสมทบทุนการเรียนปริญัติธรรมของวัด วัดตุยง เปิดให้ประชาชนเข้าชมทุกวัน เวลา ๐๘.๓๐-๑๒.๐๐ น., ๑๓.๐๐-๑๗.๐๐ น. พุทธศาสนิกชนสอบถามเส้นทางไปวัดได้ที่ โทร.๐-๗๓๔๓-๗๕๐๒ และ ๐-๗๓๔๓-๗๒๓๔ หรือดูรายเอียดประวัติของวัด รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ ของวัดได้ที่ http//www.wattuyong.org</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://ptn.onab.go.th/th/file/get/file/20210819c81e728d9d4c2f636f067f89cc14862c151358.jpg' type='image/jpg' length='116531' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดตานีนรสโมสร พระอารามหลวง]]></title>
<link>https://ptn.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/10433</link>
<guid isPermaLink="false">6caf055abfd47233ec906fc1f94c443c</guid>
<pubDate>Thu, 19 Aug 2021 10:13:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://ptn.onab.go.th/cms/s42/u78/ธรรมจักร.jpeg" style="width: 77px; height: 77px;" />&nbsp;&nbsp;<img alt="" src="https://ptn.onab.go.th/cms/s42/u78/พศ.jpeg" style="width: 88px; height: 88px;" />&nbsp;&nbsp;<img alt="" src="https://ptn.onab.go.th/cms/s42/u78/ปัตตานี.png" style="width: 77px; height: 76px;" /></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:26px;"><strong>วัดตานีนรสโมสร พระอารามหลวง</strong></span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;- วัดตานีนรสโมสร เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี&nbsp; ชนิดสามัญ&nbsp; กล่าวคือ วัดใดเป็นพระอารามหลวง เป็นวัดที่พระมหากษัตริย์ทรงสร้าง หรือทรงรับไว้เป็นวัดของพระราชวงศ์ หรือเป็นทรงอุปถัมภ์</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">โดยมีพระสิริจริยาลังการ เจ้าคณะจังหวัดปัตตานี&nbsp; เป็นเจ้าอาวาส ตั้งอยู่ตำบลรูสะมิแล&nbsp; อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;- วัดตานีนรสโมสรมีความสำคัญเกี่ยวเนื่องการได้รับพระมหากรุณาธิคุณ คือ ในรัชการที่ ๕ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระพาสเหลมมาลายู ครั้งแรก ในปี พ.ศ.๒๔๓๑ (ร.ศ.๑๐๗)</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">ครั้นทรงเสด็จพระราชดำเนินมาถึงเมืองปัตตานี มีงานฉลองวัดและรับเสด็จ ที่วัดตานีนรโมสร หรือชื่อเดิมวัดบางน้ำจืด งานจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ราษฎรมารวมกันถึงกว่าสามพันคน</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">ทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์กับข้าราชการที่นับถือศาสนาอิสลามและข้าราชการชาวไทยเชื้อสายจีน เป็นภาพประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">ทรงพระราชทานศิลาจารึก เรื่องการสร้างศาลา และพระราชทานซื่อวัดใหม่ว่า วัดตานีนรสโมสร</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;-&nbsp;วัดตานีนรสโมสร เป็นสถานที่ถือนำพระพิพัฒน์สัตยา และประกอบน้ำอภิเษก โดยรวมเอา ๓ จังหวัด คือ ปัตตานี&nbsp; ยะลา&nbsp; นราธิวาส &nbsp;ซึ่งสมัยปกครองเป็นมณฑล เรียกว่ามณฑลปัตตานี มีสมุหเทศาภิบาล เป็นผู้สำเร็จราชการ</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">เวลาประกอบพระราชพิธี มีการถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา เป็นต้น ก็จะถือเอาน้ำในสระแก้วรวมกันกับน้ำอีก ๔ แห่ง เรียกว่า ปัญจมหานที แล้วนิมนต์พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ เป็นพระราชพิธีประจำปี</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;-&nbsp;เป็นสถานที่ดำเนินพิธีเสกน้ำอภิเษก&nbsp; เมื่อสมัยพุทธศักราช ๒๔๕๓ สมัยรัชการที่ ๖ ในต้อนนั้นเรียกว่าการพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งศักดิ์สิทธิ์ในมณฑลปัตตานี และในสมัยรัฐการที่ ๙ น้ำทรงมูรธาภิเษก</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อพุทธศักราช ๒๔๙๓ จังหวัดปัตตานี ใช้น้ำจากสระวังพลายบัว น้ำบ่อทอง น้ำบ่อไชย น้ำบ่อฤษี และน้ำสระแก้ว ทำพิธีเสกน้ำ ณ วัดตานีนรสโมสร เช่นเดียวกัน</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://ptn.onab.go.th/th/file/get/file/20210819d41d8cd98f00b204e9800998ecf8427e102401.jpg' type='image/jpg' length='1296390' />
</item>
</channel>
</rss>
